ตอนที่2 สู่ความลึกลับ
เมื่อประตูไม้สักถูกเปิดออกแทนที่แสงสว่างจะสาดแสงเข้ามาสู่ภายในแต่กลับกายเป็นสายลมที่หอมเอาเม็ดฝนภายนอกเข้ามาแทน
ธนานิต ใช้มือสองข้างป้องกันหน้าจากเม็ดฝนเม็ดใหญ่ที่ปะทะเข้ากับใบหน้าจของเขา เวตาลวิ่งห่างออกจากประตูไปหลบอยู่ในเงามืดของโถงทางเดิน เมื่อธนานิตลดมือที่กำบังใบหน้าเอาไว้ลง
เขาก็พบกับเงาร่างสีดำของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลางช่องประตูที่เผยออก
ชายผู้นั้นมาพร้อมกับความหนาวเหน็บจับใจจากภายนอก
“ฉันคิดถูกว่าต้องเป็นเธอ และที่สำคัญเธอมาตามคำเชิญชวน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังกังวานผ่านสายลมและแทรกผ่านไอน้ำมาสู่โสดประสาทสัมผัสของธนานิต
น่าแปลกที่เสียงนั้นทำให้เขาอบอุ่นขึ้นอย่างฉับพลัน
แล้วเงาดำของชายผู้นั้นก็เคลื่อนเข้ามาสู่แสงสว่างจากชันนาเลียที่ทอแสงเรื่องรองอยู่ตลอดเวลา
ร่างเงาดำน่ากลัวถูกเผยด้วยแสงที่ส่องถึงเหมือนกับว่ากำลังระบายสีให้กับชายคนนั้นให้มีสีสันขึ้นมา
แล้วก็
ปรากฏเป็นชายชราเครายาวสีเงินนวน ยิ่งถูกแสงไฟทำให้เครานั่นมีแสงทอประกายออกมา เคราเงางามห่อหุ้มใบน่าอันอิ่มเอิบ แม้จะมีริ้วรอยของกาลเวลาปรากฏอยู่ทั่วใบหน้า แต่ก็หาปกปิด ความสงบ ความน่าเชื่อถือของใบหน้านั่นได้ไม่
ปรากฏเป็นชายชราเครายาวสีเงินนวน ยิ่งถูกแสงไฟทำให้เครานั่นมีแสงทอประกายออกมา เคราเงางามห่อหุ้มใบน่าอันอิ่มเอิบ แม้จะมีริ้วรอยของกาลเวลาปรากฏอยู่ทั่วใบหน้า แต่ก็หาปกปิด ความสงบ ความน่าเชื่อถือของใบหน้านั่นได้ไม่
“คะ คุ
คุณเป็นคนส่งจดหมายให้ผมเมื่อตอนบ่ายวันนี้หรือป่าว แล้วคุณต้องการ อะ อะไรจากผม”
ธนานิต ถามชายชรา เก้เก้กังกัง
“ฉันเกรงว่าเราสองคนไม่มีเวลาพอที่จะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกะเธอตอนนี้นะ
ยิ่งเป็นเวลาที่เร่งรีบแบบนี้ด้วย”ชายชราตอบพร้อมรีบเดินไปปิดประตูอย่างรวดเร็ว
แล้วเขาก็ รีบเดินตรงมาที่ธนานิต เขาใช้มือที่เหี่ยวย้นคว้าข้อมือทางนิตแล้วพาเดิน
ไปตามโถงทางที่ไม่ใช่ห้องที่ธนานิตนั้งอยู่ ส่วนสิ่งมีชีวิตสี่เท้าที่วิ่งนำหน้าคนทั้งสองคือเจ้าเวตาล
ที่เป้นเหมือนคนนำทางไปเสียแล้ว
“เรากำลังจะไปไหนกันครับ”ธนานิตถามด้วยความสงสัย
ขนาดเดินผ่านภาพวาดที่ติดไว้ตามผนังทางเดิน แสงสว่างจากชันนาเลียเริ่มห่างหายไป
เหมือนกับว่ามีบ้างสิ่งหักห่ามไม่ให้แสงสว่างของมันผ่านเข้ามาได้
มีเพียงสีสว่างดวงเล็กจากเปลวเทียนไข
ที่รายเรียงอยู่ตามทางเดิน
“ฉันคิดว่าฉันได้บอกเธอไปแล้วนะว่า
ยังไม่มีเวลาที่จะต้องอธิบาย เรื่องนี้”ชายชราตอบในขณะสาวเท่าเร็วขึ้น
ชายชราลึกลับคนนี้จับแขนธนานิตแน่เหมือนกลัวว่าเขาจะหนีจากไป
ร่างกายสมส่วนของธนานิตเมื่อเทียบกลับชายชราดูเล็กลงไปถนัดตา
ยิ่งทำให้ธนานิตไม่สามารถขัดขืน หรือหลุดออกจากบ่าวนิ้วมือที่กำแน่ แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ธนานิตรู้สึกว่าต้องตามชายชราผู้นี้ไป
นั้นคือใบหน้าเปล่งความเมตตา ความอบอุ่นและ
ความน่าเชื่อถืออกมาโอบล้อมหัวใจที่กำลังเต้นรัวของธนานิต และที่ประหลาดใจเข้าเชื่อใจชายชราคนนี้ไปแล้ว
สุดทางเดินส้นหนึ่งที่เป็นกำแพงอิฐสีดำเปรากฎประตูสีดำที่ดูเล็กและเก่าแก่กว่าประตูไม้สักด้านหน้าถึงแหม้ว่าธานิตจะชอบเข้ามาอ่านหนังสือในหอสมุดแห่งนี้บ่อยๆ
แต่ทางเดินเส้นนี้ธนานิตไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่
ทำให้เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าเข้าอยู่ในหอสมุดอันอลังการ
สองข้างของประตูบานนั้นรายล้อมด้วย
ภาพวาดที่เข้ากรอบไม้สีน้ำตาลเป็นภาพวาดรูปสัตว์ในตำนานที่มีความวิปริตผิดเพี้ยนจากสัตว์ในเทพนิยามมากนัก
แต่ละตัวมีความน่าเกลียด น่ากลัว แสดงออกถึงความอัปลักษณ์ ธนานิตนึกสงสัยกลับภาพเหล่านี้มากว่าพวกมันคือตัวอะไร
แต่พอนึกถึงคำพูดของชายชราที่บอกว่ายังไม่มีเวลาอธิบายเรื่องต่างที่เกิดกับเขานี้ก็เลือกเก็บความสงสัยนั้นไว้ เวตาลส่งเสียงร้องดูท่าทางตื่นเต้น
เมื่อมันวิ่งมาถึงก่อนหน้าแล้วพร้อมทั้งใช้ลิ้นเลียขาหน้าที่ยกขึ้นสลับกันไปมา
เกิดเสียงคำรามก้องที่ด้านนอกห้องสมุดแห่งนี้
ธนานิตสัมผัสได้ถึงการสั้นสะเทือนของแผ่นดิน ธนานิตพึ่งรู้สึกถึงความกลัวเป็นครั้งแรกที่แทรกผ่านหัวใจของเขา
ราวกับว่ากับว่ามีมวลอากาศกดทับเข้ากับร่างของเขาอย่างแรง จนทำให้ร่างของเขาทรุดลงกับพื้น
แล้วใช้แขนสองข้างกอดอกห่อเหี่ยวลงทันที
“คุณต้องบอกผมมาว่าทำไมผมต้องมาอยู่ที่นี่”
เขาตะโกนออกมาพร้อมอากาศหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันขอร้องเธอละ
ขอให้เธอเชื่อใจฉันแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย”ชายชราพูดด้วยความรีบเร่ง
พร้อมกระซากร่างของธนานิตเข้าไปในห้องห้องนั้น ภายในห้องปรากฏตู้ใบหนึ่งที่มีแต่ร่องรอยแห่กาลเวลาฝังเอาไว้
และแล้วทุกอย่างก็ดำมืดลง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น