วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยาย เรื่องย้อน-รอย ตอนที่๒







 ตอนที่2 สู่ความลึกลับ
เมื่อประตูไม้สักถูกเปิดออกแทนที่แสงสว่างจะสาดแสงเข้ามาสู่ภายในแต่กลับกายเป็นสายลมที่หอมเอาเม็ดฝนภายนอกเข้ามาแทน ธนานิต ใช้มือสองข้างป้องกันหน้าจากเม็ดฝนเม็ดใหญ่ที่ปะทะเข้ากับใบหน้าจของเขา  เวตาลวิ่งห่างออกจากประตูไปหลบอยู่ในเงามืดของโถงทางเดิน  เมื่อธนานิตลดมือที่กำบังใบหน้าเอาไว้ลง เขาก็พบกับเงาร่างสีดำของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลางช่องประตูที่เผยออก ชายผู้นั้นมาพร้อมกับความหนาวเหน็บจับใจจากภายนอก
“ฉันคิดถูกว่าต้องเป็นเธอ  และที่สำคัญเธอมาตามคำเชิญชวน” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังกังวานผ่านสายลมและแทรกผ่านไอน้ำมาสู่โสดประสาทสัมผัสของธนานิต 
น่าแปลกที่เสียงนั้นทำให้เขาอบอุ่นขึ้นอย่างฉับพลัน แล้วเงาดำของชายผู้นั้นก็เคลื่อนเข้ามาสู่แสงสว่างจากชันนาเลียที่ทอแสงเรื่องรองอยู่ตลอดเวลา ร่างเงาดำน่ากลัวถูกเผยด้วยแสงที่ส่องถึงเหมือนกับว่ากำลังระบายสีให้กับชายคนนั้นให้มีสีสันขึ้นมา แล้วก็
ปรากฏเป็นชายชราเครายาวสีเงินนวน ยิ่งถูกแสงไฟทำให้เครานั่นมีแสงทอประกายออกมา เคราเงางามห่อหุ้มใบน่าอันอิ่มเอิบ แม้จะมีริ้วรอยของกาลเวลาปรากฏอยู่ทั่วใบหน้า แต่ก็หาปกปิด ความสงบ ความน่าเชื่อถือของใบหน้านั่นได้ไม่
“คะ คุ คุณเป็นคนส่งจดหมายให้ผมเมื่อตอนบ่ายวันนี้หรือป่าว แล้วคุณต้องการ อะ อะไรจากผม” ธนานิต ถามชายชรา เก้เก้กังกัง
“ฉันเกรงว่าเราสองคนไม่มีเวลาพอที่จะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกะเธอตอนนี้นะ ยิ่งเป็นเวลาที่เร่งรีบแบบนี้ด้วย”ชายชราตอบพร้อมรีบเดินไปปิดประตูอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็ รีบเดินตรงมาที่ธนานิต เขาใช้มือที่เหี่ยวย้นคว้าข้อมือทางนิตแล้วพาเดิน ไปตามโถงทางที่ไม่ใช่ห้องที่ธนานิตนั้งอยู่ ส่วนสิ่งมีชีวิตสี่เท้าที่วิ่งนำหน้าคนทั้งสองคือเจ้าเวตาล ที่เป้นเหมือนคนนำทางไปเสียแล้ว
“เรากำลังจะไปไหนกันครับ”ธนานิตถามด้วยความสงสัย ขนาดเดินผ่านภาพวาดที่ติดไว้ตามผนังทางเดิน แสงสว่างจากชันนาเลียเริ่มห่างหายไป เหมือนกับว่ามีบ้างสิ่งหักห่ามไม่ให้แสงสว่างของมันผ่านเข้ามาได้
มีเพียงสีสว่างดวงเล็กจากเปลวเทียนไข ที่รายเรียงอยู่ตามทางเดิน
“ฉันคิดว่าฉันได้บอกเธอไปแล้วนะว่า ยังไม่มีเวลาที่จะต้องอธิบาย เรื่องนี้”ชายชราตอบในขณะสาวเท่าเร็วขึ้น ชายชราลึกลับคนนี้จับแขนธนานิตแน่เหมือนกลัวว่าเขาจะหนีจากไป ร่างกายสมส่วนของธนานิตเมื่อเทียบกลับชายชราดูเล็กลงไปถนัดตา ยิ่งทำให้ธนานิตไม่สามารถขัดขืน หรือหลุดออกจากบ่าวนิ้วมือที่กำแน่ แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ธนานิตรู้สึกว่าต้องตามชายชราผู้นี้ไป นั้นคือใบหน้าเปล่งความเมตตา ความอบอุ่นและ ความน่าเชื่อถืออกมาโอบล้อมหัวใจที่กำลังเต้นรัวของธนานิต และที่ประหลาดใจเข้าเชื่อใจชายชราคนนี้ไปแล้ว
            สุดทางเดินส้นหนึ่งที่เป็นกำแพงอิฐสีดำเปรากฎประตูสีดำที่ดูเล็กและเก่าแก่กว่าประตูไม้สักด้านหน้าถึงแหม้ว่าธานิตจะชอบเข้ามาอ่านหนังสือในหอสมุดแห่งนี้บ่อยๆ แต่ทางเดินเส้นนี้ธนานิตไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่ ทำให้เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าเข้าอยู่ในหอสมุดอันอลังการ สองข้างของประตูบานนั้นรายล้อมด้วย ภาพวาดที่เข้ากรอบไม้สีน้ำตาลเป็นภาพวาดรูปสัตว์ในตำนานที่มีความวิปริตผิดเพี้ยนจากสัตว์ในเทพนิยามมากนัก แต่ละตัวมีความน่าเกลียด น่ากลัว แสดงออกถึงความอัปลักษณ์ ธนานิตนึกสงสัยกลับภาพเหล่านี้มากว่าพวกมันคือตัวอะไร แต่พอนึกถึงคำพูดของชายชราที่บอกว่ายังไม่มีเวลาอธิบายเรื่องต่างที่เกิดกับเขานี้ก็เลือกเก็บความสงสัยนั้นไว้  เวตาลส่งเสียงร้องดูท่าทางตื่นเต้น เมื่อมันวิ่งมาถึงก่อนหน้าแล้วพร้อมทั้งใช้ลิ้นเลียขาหน้าที่ยกขึ้นสลับกันไปมา
            เกิดเสียงคำรามก้องที่ด้านนอกห้องสมุดแห่งนี้ ธนานิตสัมผัสได้ถึงการสั้นสะเทือนของแผ่นดิน ธนานิตพึ่งรู้สึกถึงความกลัวเป็นครั้งแรกที่แทรกผ่านหัวใจของเขา ราวกับว่ากับว่ามีมวลอากาศกดทับเข้ากับร่างของเขาอย่างแรง จนทำให้ร่างของเขาทรุดลงกับพื้น แล้วใช้แขนสองข้างกอดอกห่อเหี่ยวลงทันที
“คุณต้องบอกผมมาว่าทำไมผมต้องมาอยู่ที่นี่” เขาตะโกนออกมาพร้อมอากาศหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันขอร้องเธอละ ขอให้เธอเชื่อใจฉันแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย”ชายชราพูดด้วยความรีบเร่ง พร้อมกระซากร่างของธนานิตเข้าไปในห้องห้องนั้น ภายในห้องปรากฏตู้ใบหนึ่งที่มีแต่ร่องรอยแห่กาลเวลาฝังเอาไว้ และแล้วทุกอย่างก็ดำมืดลง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น