ตอนที่1 เริ่มรอย
สาบกลิ่นหนังสือเก่าบอกเรื่องราวอันเก่าแก่และคุณประโชยน์แก่ผู้เสพความรู้ ความบันเทิง เริงรม โชยมาตามสายลม
ยั้วยวนนักอ่านผู้หิวกระหายแห่ปัญญา
พร้อมดูดดึงเอาโสดประสาท ทั้งสรรพางค์กาย
ให้ติดกับแห่ห้องสมุดอันเก่าแก่แห่นี้ ทางหินอ่อนสีดำทอดยาวจากหน้าประตูกำแพงทางเข้าที่ดัดลวดลายดอกประจำยาม
รองรับด้วยลายกระจังตาอ้อยอันวิจิตรแห่งศิลปะไทย หากแต่แต่งแต้มด้วยสีดำ
ดูน่าเกรงขาม อีกด้านของทางเดินหินอ่อนหนึ่งคืออาคาร โบราณสไตล์ยุโป
ผสมผสานกับศิลปะไทยอันเก่าแก่น่าค้นหาและลึกลับ เพียงแค่ลมโชยไหวเบาๆก็เหมือนหลุดลอยจากโลกอันวุ่นวายของกรุ่งเทพมหานคร สถานที่นี้ซ้ำยัง ตลบอบอวนไปด้วยเสกสรรค์พันธ์ไม้มีกลิ่นนานาชนิดที่ซ้อนต้นใต้ต้นไม่โบราณเก่าแก่ที่ยืนตระหง่าน
ทั่วสถานที่
เสียงประตูเหล็กดัดลายดอกประจำยามดัง
เอี๊ยดอาด สร้างบรรยายกาศน่าวังเวง
เมื่อประตูเปิกออก เท้าสองเท้า ด้วยรองเท้าหนังสีดำขัดมันวับห่อหุ้ม
ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกับว่า หยุดสำรวจบางสิ่งบางอย่างถึงความถูกต้อง
เท้าซ้ายขยับย่าง ตามขวา
เร่งจังหวะสาวเท้าเร็วขึ้น หยดน้ำตกกระทบพื้นหินอ่อนสีดำกระเช็นเป็นฟองฝอยแตกกระจาย
จากหยดน้ำหนึ่งหยดกลับกลายเป็นห่ากระสุนน้ำแตกกระเช็นแฉทั่วพื้นราวกับ
กำลังเต้นระบำน้ำ
รองเท้าหนังอันเงางามคู่นั้นก็เปื้อนเปรอะ
ด้วยน้ำฝนที่หอบเอาฝุ่นดินมาติด
เสียงฝีเท้าที่วิ่งหลบฝนที่ดังก้องเมื่อกระทบกับหินอ่อน ก็เงียบลง
มาหยุดอยู่ที่ประตูไม้สักแกะสลักลาดดอกพุดตาน
ไอหมอกสาดซัดเอาความยะเยือกมาประทะร่างที่สูงโปร่ง แต่ถูกตัดทอนด้วยโครงร่างอันงองุ้มเล็กน้อยที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อขนกระต่ายตัวยาว
ซึ่งเป็นเจ้าของรองเท้ามันวาวที่เร่าสาวเท้าหนีฝนเมื่อครู่
เกาะๆๆ
มือที่จับโลหะรูปพญานาคขดตัวเป็นวงกลม คล้ายกำไลโบราณแต่มีขนาดใหญ่กว่า
และน่าจะหนักกว่า บรรจงเคาะเข้ากับปานประตูดอกพุดตาน ความหนาวจากไอฝนกระแทกหนักขึ้น
ซ้ำยังโชเล่นน้ำฝนอย่างเริงโลด
ยิ่งทำให้ชายคนนั้นต้องการที่จะเข้าไปข้างในโดยเร็วที่สุด
เขาหยุดหลังจากเสียงเคาะจบลง แต่หามีเสียงตอบรับจากข้างในไม่ แก๊ะๆๆ พรึม! เสียงกิ่งไม้จากต้นไหนไม่รู้หัก
ราวกลับมีจอมมารวิ่งไหล่ล่าตามหลังชายคนนี้มา ความเย็นยะเยือก
ที่สายลมโชยประทะร่าง พร้อมกระสุนน้ำฝน ที่โหมกระหน่ำราวกับสงครามร้างดินแดน
ชายผู้นั้นเขาต้องการ เพียงเสียงตอบรับจากภายในอาคาร เพื่อเหตุผลที่ใหญ่หลวงนัก
ความเงียบสงบภายในคลังหนังสือถูกทาบทาด้วยแสงสีทองจากชันนาเลีย
ถมทองรูปนาคคาบแก้วอันน่าแกร่งขามที่ห้อยอยู่เหนือพื้นที่โล้งแจ้งภายใต้โดมครึ่งวงกลมเขียนสีฝุ่นเรื่องป่าหิมพาน
เบื้องใต้ชันนาเลียแน่ขนัดไปด้วยโต๊ะสำหรับอ่านหนังสือที่มีดคมไฟเครื่องแก้วสีเขียวตั้งอยู่ประจำทุกโต๊ะ
รอบบริเวรเต็มไปด้วยชั้นหนังสืออันตระการตาตั้งแต่ชั้นแรกสูงขึ้งไปจนจรดเพดาร
มีระเบียงเล็กๆประจำทุกชั้น เชื่อมต่อกันด้วยบันไดไม้ลายเกล็ดนาค
บวกกลับกลิ่นกำยานทำให้หอสมุดแห่นี้ดูลึกลับซับซ่อนยิ่งนัก
บรรยากาศทั้งหมดก่อมวลโอบรอบ ธนานิต นักศึกษาหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กลับหนังสีดำเล่มโต
บรรยาศของห้องไม่ได้ทำให้ธนานิตรู้สึกถึงความลึกลับใดๆเลย
บรรยาศแบบนี้ยิ่งทำให้เขามีสมาธิในการดำดิ่งสู่โลกหนังสือที่เขาชอบมากขึ้นต่างหาก
“เวตาล
ขอบใจนายมากนะที่มานั่งเป็นเพื่อนฉัน” ธนานิตพูดพร้อมลูบหัวแมวตัวโตลายขาวดำ เจ้าเวตาลทำตาเคลิ้ม หางแกว่งไปมาพร้อมมองหน้าธนานิตด้วยดวงตาใสแป๋ว
เป็นท่าทางที่ธนานิตรู้ดีว่าเวตาลมีความสุขที่ได้อยู่กลับเขาในเวลานี้
กรึ่ง!
กรึ่ง!
เวตาลหูตั้งแล้วนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเกิดเสียงดังก้องขับไล่ความเงียบสงบที่ลอยวนอยู่
ให้หายไปแล้วเวตาลก็กระโจนจากโต๊ะวิ่งไปทางแหล่งกำเนิดเสียงนั้น
“อ้าว เวตาลนายทิ้งฉันได้ยังไง
รอฉันด้วยสิ” ธนานิตร้องตามหลังเวตาล
พร้อมปิดหนังหนังเล่มใหญ่
ที่เสียงดังก้องฉุดกระชากเขาหลุดออกจากผวังแห่งโลกหนังสือ
“รอฉันด้วยสิ
ทิ้งฉันไว้แบบนี้ไม่สนุกนะเวตาล” ธนานิตสาวเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินตามหลังเวตาลไป
เขาเห็นเพียงหางสีดำของเวตาลแว็วๆเลียวไปทางขวามือที่เป็นทางมุ่งไปสู่ประตูไม้สักทางเข้าหอสมุด
เมื่อเขาไปถึงประตูไม้สักสีทองอันตระการ
เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากประตุประมาณสามเก้า กรึ่ง!ประตูส่งเสียงคำรามอีกครึ่ง
ธนานิตตกใจกระโดดออกห่างจากประตูจนเกิบจะเหียบเวตาลที่เดนวนเวียนอยู่ข้างหลังธนานิต
“ฉันขอโทษนะเวตาล ก็ฉันตกใจหนิ”ธนานิตพูดขณะนั่งลงลูบหัวเวตาล
“นายว่าจะมีคนเข้ามาหรือป่าว” ขณะสายตาธนานิตเลื่อนจากเวตาลไปสู่ประตูอีกครั้ง
เวตาลกลับวิ่งไปที่ประตูแล้วใช้ข้างแก้มถูเข้ากับประตู
ทำให้ธนานิตรู้ว่าเจ้าเวตาลต้องการให้เขาเปิดประตู
“นายต้องการให้ฉันเปิดประตูอย่างนั้นหรือแล้วใครละที่ต้องการจะเข้ามา” สีหน้าของธนานิตที่ต้องแสงไฟทำให้เห้นชัดว่าเขามีความกลัว
แต่เวตาลก็ยังใช้ข้างแก้มถูประตูอย่างนั้น
แต่ครั้งนี้เวตาลกลับนอนหงายแล้วบิดตัวไปมาใช้แผงคอถูกประตู
“นายอยากให้ฉันเปิดจริงหรือ
หวังว่าคนที่อยู่ข้างนอกจะไม่ทำร้ายฉันนะ”ธนานิตพูดขณะมองหน้าเจ้าแมวลายขาวดำที่ลายขนขดเป็นลายขาวสลับขาว
มองแล้วแมวตัวนี้ไม่น่าเชื่อถือเลยนะ ธนานิตคิด
ธนานิตตั้งสติแล้วเดินไปที่ประตูไม้สัก
เขาจับสลับที่ล็อกไว้จากภายในด้วยสองมือเขาเอง ธนานิตนึกถึงเหตุการณ์แปลกๆที่เขาประสบในวันนี้
ตั้งแต่ที่เขาได้รับจดหมายจากอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งที่เขาเรียนด้วยในตอนบ่ายโมงที่ผ่านมา
หลังจากนั้นสี่ชั่งโมงเขาจึงมีโอกาสได้อ่านจดหมายฉบับนั้น จดหมายเขียนบอกไว้ว่า
สวัสดีธนานิต
โอกาสอันยิ่งใหญ่ของเธอมาถึงแล้ว
วันนี้หลังจากที่เธอเรียนเสร็จให้ไปที่หอสมุดคลังหลวง เข้าไปรอข้างใน
แต่เธอต้องล็อกประตูทางเข้า ฉันขอกำชับ ต้องล็อกประตูหอสมุด
จนกว่าจะมีเสียงเคาะสามครั้ง ที่เป็นเสีบงก้องเท่านั้น เธอถึงจะเปิดประตูได้
หวังว่าเธอจะตัดสินใจมา อย่างมีคำถาม ทิ้งความสงสัยทิ้งซะ พวกเราเลือกเธอ
หลังจากธนานิตอ่านจดหมายฉบับนั้นจบ
ก็เกิดคำถามมากมาย ความสงสัยอันล้นหลาม ถ้าจะเป็นเรื่องล่อเล่นหรือมีใครจะแกร่ง
ก็ไม่น่าจะใช่เพราะอาจารย์อาวุโสคนนั้นเป็นคนนำจดหมายฉบับนี้มาให้
เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อจะมีความสงสัยหรือเกิดคำถามแค่ไหน
แต่ตอนนี้เข้าก็มายืนอยู่ที่ประตูนี่แล้ว ใครอยู่อีกฝ่ากของประตูจะเป็นคนที่ส่งจดหมายให้เขาหรือป่าว
หรือว่าจะเป็นคนที่อันตรายยิ่งนักคนใดคนหนึ่ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น