วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยาย เรื่องย้อน-รอย ตอนที่๑





ตอนที่1 เริ่มรอย
สาบกลิ่นหนังสือเก่าบอกเรื่องราวอันเก่าแก่และคุณประโชยน์แก่ผู้เสพความรู้  ความบันเทิง เริงรม โชยมาตามสายลม ยั้วยวนนักอ่านผู้หิวกระหายแห่ปัญญา  พร้อมดูดดึงเอาโสดประสาท ทั้งสรรพางค์กาย ให้ติดกับแห่ห้องสมุดอันเก่าแก่แห่นี้ ทางหินอ่อนสีดำทอดยาวจากหน้าประตูกำแพงทางเข้าที่ดัดลวดลายดอกประจำยาม  รองรับด้วยลายกระจังตาอ้อยอันวิจิตรแห่งศิลปะไทย หากแต่แต่งแต้มด้วยสีดำ ดูน่าเกรงขาม อีกด้านของทางเดินหินอ่อนหนึ่งคืออาคาร โบราณสไตล์ยุโป ผสมผสานกับศิลปะไทยอันเก่าแก่น่าค้นหาและลึกลับ เพียงแค่ลมโชยไหวเบาๆก็เหมือนหลุดลอยจากโลกอันวุ่นวายของกรุ่งเทพมหานคร  สถานที่นี้ซ้ำยัง ตลบอบอวนไปด้วยเสกสรรค์พันธ์ไม้มีกลิ่นนานาชนิดที่ซ้อนต้นใต้ต้นไม่โบราณเก่าแก่ที่ยืนตระหง่าน ทั่วสถานที่
เสียงประตูเหล็กดัดลายดอกประจำยามดัง เอี๊ยดอาด  สร้างบรรยายกาศน่าวังเวง เมื่อประตูเปิกออก เท้าสองเท้า ด้วยรองเท้าหนังสีดำขัดมันวับห่อหุ้ม ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกับว่า หยุดสำรวจบางสิ่งบางอย่างถึงความถูกต้อง เท้าซ้ายขยับย่าง  ตามขวา เร่งจังหวะสาวเท้าเร็วขึ้น   หยดน้ำตกกระทบพื้นหินอ่อนสีดำกระเช็นเป็นฟองฝอยแตกกระจาย จากหยดน้ำหนึ่งหยดกลับกลายเป็นห่ากระสุนน้ำแตกกระเช็นแฉทั่วพื้นราวกับ กำลังเต้นระบำน้ำ
รองเท้าหนังอันเงางามคู่นั้นก็เปื้อนเปรอะ ด้วยน้ำฝนที่หอบเอาฝุ่นดินมาติด เสียงฝีเท้าที่วิ่งหลบฝนที่ดังก้องเมื่อกระทบกับหินอ่อน  ก็เงียบลง มาหยุดอยู่ที่ประตูไม้สักแกะสลักลาดดอกพุดตาน  ไอหมอกสาดซัดเอาความยะเยือกมาประทะร่างที่สูงโปร่ง แต่ถูกตัดทอนด้วยโครงร่างอันงองุ้มเล็กน้อยที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อขนกระต่ายตัวยาว  ซึ่งเป็นเจ้าของรองเท้ามันวาวที่เร่าสาวเท้าหนีฝนเมื่อครู่
เกาะๆๆ มือที่จับโลหะรูปพญานาคขดตัวเป็นวงกลม คล้ายกำไลโบราณแต่มีขนาดใหญ่กว่า และน่าจะหนักกว่า บรรจงเคาะเข้ากับปานประตูดอกพุดตาน   ความหนาวจากไอฝนกระแทกหนักขึ้น ซ้ำยังโชเล่นน้ำฝนอย่างเริงโลด ยิ่งทำให้ชายคนนั้นต้องการที่จะเข้าไปข้างในโดยเร็วที่สุด เขาหยุดหลังจากเสียงเคาะจบลง แต่หามีเสียงตอบรับจากข้างในไม่  แก๊ะๆๆ พรึม! เสียงกิ่งไม้จากต้นไหนไม่รู้หัก ราวกลับมีจอมมารวิ่งไหล่ล่าตามหลังชายคนนี้มา ความเย็นยะเยือก ที่สายลมโชยประทะร่าง พร้อมกระสุนน้ำฝน ที่โหมกระหน่ำราวกับสงครามร้างดินแดน ชายผู้นั้นเขาต้องการ เพียงเสียงตอบรับจากภายในอาคาร เพื่อเหตุผลที่ใหญ่หลวงนัก
ความเงียบสงบภายในคลังหนังสือถูกทาบทาด้วยแสงสีทองจากชันนาเลีย ถมทองรูปนาคคาบแก้วอันน่าแกร่งขามที่ห้อยอยู่เหนือพื้นที่โล้งแจ้งภายใต้โดมครึ่งวงกลมเขียนสีฝุ่นเรื่องป่าหิมพาน  เบื้องใต้ชันนาเลียแน่ขนัดไปด้วยโต๊ะสำหรับอ่านหนังสือที่มีดคมไฟเครื่องแก้วสีเขียวตั้งอยู่ประจำทุกโต๊ะ รอบบริเวรเต็มไปด้วยชั้นหนังสืออันตระการตาตั้งแต่ชั้นแรกสูงขึ้งไปจนจรดเพดาร มีระเบียงเล็กๆประจำทุกชั้น เชื่อมต่อกันด้วยบันไดไม้ลายเกล็ดนาค บวกกลับกลิ่นกำยานทำให้หอสมุดแห่นี้ดูลึกลับซับซ่อนยิ่งนัก บรรยากาศทั้งหมดก่อมวลโอบรอบ ธนานิต นักศึกษาหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กลับหนังสีดำเล่มโต บรรยาศของห้องไม่ได้ทำให้ธนานิตรู้สึกถึงความลึกลับใดๆเลย บรรยาศแบบนี้ยิ่งทำให้เขามีสมาธิในการดำดิ่งสู่โลกหนังสือที่เขาชอบมากขึ้นต่างหาก
เวตาล ขอบใจนายมากนะที่มานั่งเป็นเพื่อนฉันธนานิตพูดพร้อมลูบหัวแมวตัวโตลายขาวดำ เจ้าเวตาลทำตาเคลิ้ม หางแกว่งไปมาพร้อมมองหน้าธนานิตด้วยดวงตาใสแป๋ว เป็นท่าทางที่ธนานิตรู้ดีว่าเวตาลมีความสุขที่ได้อยู่กลับเขาในเวลานี้
กรึ่ง! กรึ่ง! เวตาลหูตั้งแล้วนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเกิดเสียงดังก้องขับไล่ความเงียบสงบที่ลอยวนอยู่ ให้หายไปแล้วเวตาลก็กระโจนจากโต๊ะวิ่งไปทางแหล่งกำเนิดเสียงนั้น
อ้าว เวตาลนายทิ้งฉันได้ยังไง รอฉันด้วยสิธนานิตร้องตามหลังเวตาล พร้อมปิดหนังหนังเล่มใหญ่ ที่เสียงดังก้องฉุดกระชากเขาหลุดออกจากผวังแห่งโลกหนังสือ
รอฉันด้วยสิ ทิ้งฉันไว้แบบนี้ไม่สนุกนะเวตาลธนานิตสาวเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินตามหลังเวตาลไป เขาเห็นเพียงหางสีดำของเวตาลแว็วๆเลียวไปทางขวามือที่เป็นทางมุ่งไปสู่ประตูไม้สักทางเข้าหอสมุด
เมื่อเขาไปถึงประตูไม้สักสีทองอันตระการ เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากประตุประมาณสามเก้า กรึ่ง!ประตูส่งเสียงคำรามอีกครึ่ง ธนานิตตกใจกระโดดออกห่างจากประตูจนเกิบจะเหียบเวตาลที่เดนวนเวียนอยู่ข้างหลังธนานิต
ฉันขอโทษนะเวตาล ก็ฉันตกใจหนิธนานิตพูดขณะนั่งลงลูบหัวเวตาล
นายว่าจะมีคนเข้ามาหรือป่าวขณะสายตาธนานิตเลื่อนจากเวตาลไปสู่ประตูอีกครั้ง
เวตาลกลับวิ่งไปที่ประตูแล้วใช้ข้างแก้มถูเข้ากับประตู
ทำให้ธนานิตรู้ว่าเจ้าเวตาลต้องการให้เขาเปิดประตู
นายต้องการให้ฉันเปิดประตูอย่างนั้นหรือแล้วใครละที่ต้องการจะเข้ามาสีหน้าของธนานิตที่ต้องแสงไฟทำให้เห้นชัดว่าเขามีความกลัว
แต่เวตาลก็ยังใช้ข้างแก้มถูประตูอย่างนั้น แต่ครั้งนี้เวตาลกลับนอนหงายแล้วบิดตัวไปมาใช้แผงคอถูกประตู
นายอยากให้ฉันเปิดจริงหรือ หวังว่าคนที่อยู่ข้างนอกจะไม่ทำร้ายฉันนะธนานิตพูดขณะมองหน้าเจ้าแมวลายขาวดำที่ลายขนขดเป็นลายขาวสลับขาว มองแล้วแมวตัวนี้ไม่น่าเชื่อถือเลยนะ ธนานิตคิด
ธนานิตตั้งสติแล้วเดินไปที่ประตูไม้สัก เขาจับสลับที่ล็อกไว้จากภายในด้วยสองมือเขาเอง ธนานิตนึกถึงเหตุการณ์แปลกๆที่เขาประสบในวันนี้  ตั้งแต่ที่เขาได้รับจดหมายจากอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งที่เขาเรียนด้วยในตอนบ่ายโมงที่ผ่านมา หลังจากนั้นสี่ชั่งโมงเขาจึงมีโอกาสได้อ่านจดหมายฉบับนั้น จดหมายเขียนบอกไว้ว่า
สวัสดีธนานิต โอกาสอันยิ่งใหญ่ของเธอมาถึงแล้ว  วันนี้หลังจากที่เธอเรียนเสร็จให้ไปที่หอสมุดคลังหลวง เข้าไปรอข้างใน แต่เธอต้องล็อกประตูทางเข้า ฉันขอกำชับ ต้องล็อกประตูหอสมุด จนกว่าจะมีเสียงเคาะสามครั้ง ที่เป็นเสีบงก้องเท่านั้น เธอถึงจะเปิดประตูได้ หวังว่าเธอจะตัดสินใจมา อย่างมีคำถาม ทิ้งความสงสัยทิ้งซะ พวกเราเลือกเธอ
หลังจากธนานิตอ่านจดหมายฉบับนั้นจบ ก็เกิดคำถามมากมาย ความสงสัยอันล้นหลาม ถ้าจะเป็นเรื่องล่อเล่นหรือมีใครจะแกร่ง ก็ไม่น่าจะใช่เพราะอาจารย์อาวุโสคนนั้นเป็นคนนำจดหมายฉบับนี้มาให้ เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อจะมีความสงสัยหรือเกิดคำถามแค่ไหน แต่ตอนนี้เข้าก็มายืนอยู่ที่ประตูนี่แล้ว ใครอยู่อีกฝ่ากของประตูจะเป็นคนที่ส่งจดหมายให้เขาหรือป่าว หรือว่าจะเป็นคนที่อันตรายยิ่งนักคนใดคนหนึ่ง




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น