วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยายเรื่องย้อน-รอยตอนที่๑๐






ตอนที่10 หน้าประวัติศาศตร์
อาคารคล้ายโบสถ์ดูคึกคักเป็นพิเศษมีราชวังเดินเขาออกเป็นว่าเล่น เสียงแซ่ซ้องชื่อชมเหล่าภาคีที่ทำให้สงครามครั้งนี้ได้รับชัยชนะ เครื่องบรรณาการจากพระเจ้าแผ่นดินจนถึงชาวนาที่นำมาให้เหล่าภาคีที่เหลือจากการต่อสู้ทุกคนต่างดีใจที่สามารถกำจัดควายทมิฬได้ แต่เหล่าภาคีภายในใจลึกๆ เจ็บปวดราวกับถูกฟ้าผ่าเพราะต้องเสียงสมาชิกไปเกือบครึ่ธนานิตเดินเข้าไปในห้องโถง เห็นเก้าอี้หลายตัวว่างป่าว ตอนแรกที่เขาเห็นเก้าอี้ทุกตัวมีเจ้าของนั่งเต็มทุกตัว แต่ในความสลดใจนั้นก็ยังมีความสุขเล็กๆคือผกาแก้วยังนั่งอยู่เก้าอี้ตัวเดิม
“ท่านมาแล้วหรือท่านธนานิตเชิญท่านนั่งก่อนสิ” สมาชิกภาคีคนหนึ่งพูดกับธนานิต พร้อมผายมือไปที่เก้าอี้ตัวที่ว่าง
“เรามีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่จะทำในวันนี้คือเราจะทำการบันทึกเรื่องราวการทำสงครามครั้งนี้เอาไว้”ท่านพิชิตสงครามกล่าวขึ้น
“และที่สำคัญเราจะเขียนยกย่องท่านท่านธนานิต”ท่านพิชิตสงครามกล่าวต่อ แต่ธนานิตไม่ได้พูดอะไร เหมือนกับเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
“ผมไม่ขอมีตัวตนในการทำสงครามครั้งนี้ครับ”ธนานิตพูดขึ้นพร้อมลุกยืนขึ้น
“ไม่ได้หรอกเพราะภาคีต้องยกย่องคนที่ทำสงครามเอาไว้”ท่านพิชิตสงครามพูดขึ้น ขณะธนานิตมองหน้าของผกาแก้ว
“เพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านของผม ถ้าอย่างจะเล่าเรื่องของผม “ธนานิตสบตากับผกาแก้วบ่งบอกนัยบางอย่าง
“ให้เขียนเป็นนิทานก็แล้วกัน เพราะผมต้องกลับบ้านที่ผมจากมา”ธนานิตพูด ในขณะนี้ขาม่ได้สบตากับผกาแก้วแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นก็จะเป็นดังประส่งของท่าน”ท่านพิชิตส่งครามพูดแล้วก็เดินจากไป
สายลมอ่อนโชยกลิ่นดอกไม้หอมล่องลอยตามสายลม ในสวนระหว่างอาคารคล้ายโบสถ์กับเรื่องไทยที่เป็นห้องเก็บตู้ย้อนเวลา ธนานิตเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางสวน พร้อมกับผกาแก้ว ด้วยความเงียบและแล้ว
“ถึงเวลาแล้วนะผกาแก้วที่เราต้องจากกัน”ธนานิตพูดแต่ไม่สบตาผกาแก้ว
“ต้องขอบใจเธอมานะที่ดุแลและสอนอะไรฉันหลายอย่าง”เขาพูดต่อ
“ท่านไม่ต้องเสียใจไป ถึงยังไงใจของข้าก็เป็นของท่านไปเสียแล้ว”ผกาแก้วพูดออกมาด้วยใจจริง
“เราจะพบกันในหน้าประวัติศาสตร์”ผกาแก้วพูดต่อ
แล้วทุอย่างก็เงียบสงบ เป็นปกติอย่างเช่นที่มันเคยเป็น แต่ความห่างเหินที่แห่งนี้ก็ทำให้ธนานิตรู้สึกว่าเขาขาดอะไรไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น