ตอนที่3 โลกใหม่
จุดสีขาวเล็กที่เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า
นั้นคือสิ่งที่ธนานิตเห็นหลังจากที่ทุกอย่างดำมืดลงเมื่อสักครู่ จุดขาวเล็กนั้นกำลังขยายใหญ่ขึ้นนั้นคือแสงสว่างที่มากระทบกับดวงตาของธนานิต
เขาอยู่ที่ไหนกันแน่อยู่ในห้องลึกลับที่ชายชราคนนั้นพาเขาเข้ามาหรือไม่
แต่เมื่อมองไปรอบข้างเขาก็พบกลับความว่างป่าว ชายชราหายไปแล้ว เมื่อแสงสว่างสาดส่องอย่างเต็มที่
เขาจึงรู้ว่าเขาอยู่ในห้องอีกห้องหนึ่งที่ดูแปลกตา เหมี้ยวๆ
เสียงแมวจากที่ไหนไม่รู้ดังขึ้น ทำให้ธนานิตตกใจอย่างแรง
เมื่อเขามองไปมุมห้องเขาก็เห้นดวงตากลมโตของเจ้าแมวเวตาล
“นายทำให้ฉันตกใจมากเลยนะเวตาล”
ธนานิตพูดขณะก้าวเท้าสำรวจห้องนี้
ปัง!ปัง!
ธนานิตตกใจกลับเสียงที่ดังขึ้นจนล้มลงกับพื้น ส่วนเจ้าเวตาลก็วิ่งมาหาธนานิตที่กองอยู่กลับฝุ่นผงบนพื้นห้อง
“ใครอยู่ข้างนอกนั้น”
ธนานิตตระโกนถาม
และแล้วแสงจ้าจากประตูก็สาส่องไปทั่วห้อง
ปรากฏร่างชายกำยำสองคนยืนอยู่ที่ประตู
ธนานิตยังเห็นไม่ถนัดเพราะว่าตายังปรับแสงไม่ทัน ชายสองคนเดินเข้ามาในห้องธนานิตขยับถอยหลัง
แต่แปลกที่เวตาลวิ่งไปหาชายสองคนนั้น
“ว่าอย่างไรเจ้าแมวน้อย”ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ไม่เจอเจ้าตั้งนานนม
โตเยอะเลยนะ”ชายอีกคนพูดขึ้น
“ส่วนท่านไม่ต้องกลัวพวกเราฝ่ายดี
และเราก็รอท่านมานานโขอยู่”ชายคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมเดินไปจับธนานิตลุกขึ้น
“ออกไปข้างนอกดีกว่าทุกคนรอเราอยู่”ชายอีกคนพูดขึ้นพร้อมเดินนำไปก่อน
“เดียวก่อน
นี่มันเรื่องอะไรกัน พวกคุณรู้จักผมได้ยังไง แล้วอยู่ที่ไหนตอนนี้”
ธนานิตถามด้วยความสงสัย
“อ้าว
แล้วท่านศรเทพไม่ได้บอกท่านหรอหรือ
ไม่เป็นไรๆขอเพียงตามเรามาท่านก็จะรู้เอง”ชายคนที่จับธนานิตกล่าวตอบ
เมื่อชายสองคนนำธนานิตออกจากห้องนั้นเขาก็พบกับความตระการตาของบ้างทรงไทยที่สวยงามที่สุด
ต้องแต่ยอดช่อฟ้าลงมาถึงตัวเรือนสร้างด้วยไม้สักทั้งหลังขอบลายแกะสลักงดงามด้วยลายเถาไม้เกี่ยวพันกันไปตลอดตามช่องขอบประตูหน้าต่างธนานิตเดินลัดเลาะออกไปถึงชานบ้านแล้วลงบันไดตรงไปสู่อาคารที่สร้างด้วยปูเห็นแต่ไกลคล้ายๆโบสถ์
และชายทั้งสามก็เขาไปในอาคารคล้ายโบสถ์ เมื่อเขาไปถึง สิ่งที่ธนานิตเห็นคือ
โต๊ะไม้สีดำเงางามอยู่ตรงกลางวางยาวทอดไปตามตัวอาคาร
และมีเก้าอี้เรียงยามไปตามขอบโต๊ะเก้าอี้แต่ละตัวมีคนประจะที่อยู่ก่อนแล้ว
คนพวกนี้แต่ตัวเหมือนนักรบโบราณพร้อมอาวุธหน้าตาประหลาด
มีทั้งผู้หญิงมีทั้งผู้ชาย
และบรรยากาศในห้องนี้กำลังเหมือนจะบดขยี้ธนานิตให้แหลกสลายเพราะความน่าเกรงขามของเหล่านักรบ
“ท่านทั้งหลายนี้คือตัวแทนของท่านศรเทพที่เข้าร่วมกับภาคีแห่งอโยธยาของเรา”
ชายชราผู้ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะกล่าวขึ้น
ธนานิตเห็นเขาตอนแรกชั่งคล้ายกับชายชราที่พาเขาเข้ามาในตู้แต่ตัวใหญ่กว่านิดหน่อย
จากนั้นธนานิตก็ถูกเชิญไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง
“ก่อนที่เราจะเข้าสู้การวางแผนขั้นต่อไป
ธนานิตมีสิทธิ์ที่จะรู้เรื่องทุกอย่างก่อนวันพรุ่งนี้จะมาถึง”ชายชราคนนั้นพูดพร้อมเล่าทุกอย่างให้ธนานิตรู้
สิ่งที่ได้ยินทำให้ธนานิตเกิดความกลัว
นั้นคือเขาถูกส่งตัวย้อนเวลามาสู่อดีตในสมัยกรุ่งศรีอยุธยา
เขาเป็นคนที่ท่านศรเทพเลือกและเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนของเขาเพื่อเข้าร่วมภาคีนี้
เพื่อร่วมต่อสู้กับอะไรบ้างอย่างที่น่ากลัวมากและภาคีนี้เป็นภาคีหลักภาคีแม่ทับของกรุ่งศรีอยุธยา
อีกอย่างที่ทำให้ธนานิตตกใจมากคือ
กรุ่งศรีอยุธยาที่เขารู้จักตอนนี้คือเมืองที่มีสัตว์วิเศษวิ่งหรือเลื้อยและบินเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด
และความจริงนี้ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์เพราะอะไรก็ไม่รู้ การลบของกรุ่งศรีอยุธยาไม่ใช่เพียงการรบกับมนุษย์แต่ศัตรูที่แท้จริงคือควายทมิฬแห่งป่ามืด
ที่กรุ่งศรีอยุยาหวาดกลัวและต่อต้านกันอยู่ เรื่องราวทั้งหมดนี้ธนานิตรู้สึกว่าตัวเองฝันไป
“เอาละแล้วเธอจะรู้เรื่องได้ละเอียดขึ้นหลังจากอยู่กับพวกเรา”ชายชราพูกกับธนานิต
“ต่อจากนี้
ผกาแก้วจะเป็นดูแลท่าน”
ชายชราพูดพร้อมฝายมือไปทางหยิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือของเขา
เหมือนกับแสงนวนงามของพระจันทร์มาสาดส่องที่ใบหน้าของเธอเมื่อธนานิตสัมผัสแรกเห็นก็เคลิ้มไปกับความผุดผ่องของนางผู้นี้ยิ่งนัก
แต่มีที่เสียดายอยู่เพราะว่าตอยเข้ามายังหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเมฆฝนบังพระจันทร์
แต่ตอนนี้พระจันทร์โผล่จากก่อนเมฆเสียแล้ว เธอผู้คือใครกันแน่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น