ตอนที่5 สูญหาย
ความเย็นยะเยือกในยามวิการเช่นนี้ทำให้ความมืดที่เป็นปกติอยู่แล้วดูน่ากลัวมากขึ้น
ลมอ่อนๆเมื่อต้องกับกิ่งจามจุรีทำให้เหมือนกับว่าต้นไม้กำลังเต้นระบำในความมืด แต่ก็ยังมีละอองดอกไม้ที่เรืองแสงสว่างออกมาหลากสีสัน
เสียงฝีเท้าที่รีบที่กระทบกับพื้นดังแว่วออกมาจากต้นจามจุรีด้านซ้ายมือของทางยาวเป็นร่างผู้ทำลับๆล่อๆและเงานั้นก็รีบวิ่งออกสู่ถนนและไม่หันกลับมาอีเลย
“ฉันขอโทษนะเวตาลที่ฉันทิ้งนายเอาไว้ที่นี้”ธนานิตพูดขณะวิ่งสุดแรง
เมื่อผ่านช่องกำแพงอิฐออกมาธนานิตก็เจอกับคนขับเกวียนจึงขออาศัยติดด้วยแล้วธนานิตก็บอกให้ไปส่งที่อาคารคล้ายโบสถ์นั้น
“ดึกดื่นป่านนี้จะรีบไปไหนละพ่อหนุ่ม”ชายชราที่ขับเกวียนถามธนานิต
“คือผมมีธุระที่ต้องนิดหน่อยนะครับ”ธนานิตตอบขณะขดตัวอยู่เกรียนที่มีหลังคาคุมอยู่
“พ่อหนุ่มคงไม่ใช่คนแถวนี้กะมังพูดจาแปลกๆแต่ระวังพ่อหนุ่มช่วงนี้พวกควายทมิฬมันออกอาละวาดบ่อยเชียวนะ”ชายชราบอกกับธนานิตด้วยอาการนิดเฉย
“อย่าพูดควายบ้าพวกนั้นได้ป่าว”ธนานิตตะหวาด
“ข้าพูดอะไรผิดไปหรือ
ข้าขอโทษนะพ่อหนุ่ม”ชายชราพูดขณะก้มหน้าจับเชือกที่ผูกกับวัวเอาไว้
“ผมขอโทษครับ
ผมคงกลัวมันมากไปหน่อย”ธนานิตรู้สึกผิดที่ตกหวาดชายชราออกไป
ละอองดอกไม้ที่สวยงามยังล่องลอยตามอากาศส่องแสงสีต่างๆออกมา
ลมโชยกลิ่นข้าวเหลืองที่ท้องทุ่มเข้าในเกวียนเมื่อผ่านทุ่งนา
เกวียนโยกซ้ายโยกขวาไปมาเมื่อข้ามสะพานไม้ที่พาดผ่านแม่น้ำเล็กๆที่ได้ยินน้ำไหลแผ่วเบา
ธนานิตเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ พอมารู้อีกที่ชายชราก็ปลุกเข้าเสียแล้ว
“ถึงแล้วพ่อหนุ่ม
ตื่นได้แล้ว”ชายชราปลุก
“ขอบคุณมากเลยนะครับที่มาส่งผมจนถึงที่นี้”ธนานิตพูดขณะก้าวเท้าลงจากเกวียน
บ้านเรื่องไทยที่มีห้องเก็บตู้ที่ธนานนิตย้อนเวลากลับมาอยู่ด้านหลังอาคารคล้ายโบสถ์ที่ตั้งตระหง่านต่อหน้าธนานิตอยู่ขณะนี้
เขาอ้อมอาคารนี้ไปอย่างระมัดระวัง แปลกที่ไม่มีคนเลย
พอธนานิตก้าวเท้าขึ้นบันไดแต่ละก้าว
เขาก็มีความรู้ว่าเขาคิดถูกแล้วหรือที่ตัดสินใจแบบนี้
แต่มาถึงจุดนี้แล้วเขาจะหันหลังกลับไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ธุระอะไรที่เขาจะเข้ามาช่วยรบอะไรที่นี่
แค่จับดาบก็ยังอยากเลย
ขณะที่คิดอยู่นั้นพอรู้สึกตัวอีกที่เขาก็มายืนอยู่หน้าตู้ไม้โบราณแล้ว
แล้วเขาก็เขาไปความมืดหวนมาอีกครั้งคล้ายกับตอนที่เขาเข้ามาพอประตูไม้เปิดออกแง้มแสงออกทีละนิดทีละนิดกลิ่นแปลกก็โชยเข้ามาภายในตู้
เป็นกลิ่นแปลกๆก็จริงแต่ธนานิตเคยได้สัมผัสกลิ่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
เมื่อประตูเปิดออกเค้าจึงรู้แจ้งแก่ใจว่าต้นเหตุแห่กลิ่นนั้นคืออะไร
“ไม่จริง
ไม่จริง มันคือความฝัน
ฉันฝันไป”ธนานิตะโกนสุดสลดและร่างกายเข้าก็เหมือนถูกกระชากวิญญาณไป
และความมืดก็หวนมาอีกครั้ง สิ่งใดกันที่ทำร้ายผู้ชายคนนี้ได้เพียงนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น